มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ (WATER TEMP METER)

สำหรับมาตรวัดความร้อน ตามปกติในรถธรรมดาทั่วไป ก็จะมีติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ว่ารถยนต์ทั่วไปนั้นอาจไม่ได้อ่อนไหวในเรื่องของความร้อนมากนัก ค่าแสดงให้เห็นจึงไม่ละเอียดมากนัก ทั้งนี้เป็นเพราะทางโรงงานตั้งใจทำมาอย่างนั้น เพื่อคนขับจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก แต่ว่าเมื่อไหร่ที่เกจความร้อนขยับสูงขึ้น นั่นหมายความว่าความร้อนขึ้นค่อนข้างมาก ทว่าถ้าเป็นในรถธรรมดา อาจจะยังไม่ก่อปัญหามากนัก ขณะที่รถยนต์ซึ่งใช้เครื่องยนต์เทอร์โบและมีการโมดิฟาย หรือปรับบูสต์ เรื่องปัญหาความร้อนมีความสำคัญมาก เพราะอาจหมายถึงความเสียหายที่เกิดกับเครื่องยนต์ได้เลยทีเดียว โดยปกติ เซ็นเซอร์ ที่ใช้วัดความร้อนของเครื่องยนต์จะติดตั้งอยู่ตรงท่อน้ำที่ออกจากเครื่อง ซึ่งอุณหภูมิโดยปกติที่เครื่องยนต์ทำงานควรจะอยู่ที่ราว 90-100 องศาเซลเซียส และควรควบคุมไม่ให้สูงขึ้นเกินไปกว่า 120 องศาเซลเซียส หากว่าอุณหภูมิยังสูงขึ้นก็พอมีวิธีแก้ไขคือ เพิ่มขนาดของหม้อน้ำให้ใหญ่ขึ้น เปิดกันชนหน้าให้ลมผ่านเข้าหม้อน้ำได้ง่ายขึ้น หรือไม่ก็เจาะสคูปดักลมบนฝากระโปรงหน้า ให้ลมเข้ามาเป่าห้องเครื่อง วิธีการเหล่านี้พอจะสามารถทำให้เครื่องยนต์เย็นได้บ้างเหมือนกัน

มาตรวัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง (OIL TEMP METER)

อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง มีความสำคัญมากพอสมควร เพราะถือว่ามีผลกระทบกับเครื่องยนต์โดยตรง หากว่าอุณหภูมิของน้ำมันเครื่องสูงเกินไป เครื่องยนต์ก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้อุณหภูมิของน้ำมันเครื่องจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำมันเครื่องที่ใช้ ซึ่งในตลาดน้ำมันเครื่องแยกเป็นหลายประเภท มีทั้งแบบทนความร้อนสูงที่อุณหภูมิสูงถึง 120 องศาเซลเซียส ส่วนบางประเภทอุณหภูมิแค่ 110 องศาเซลเซียส ก็ทนไม่ไหวกลายสภาพเป็นน้ำก็มี โดยปกติของอุณหภูมิน้ำมันเครื่องจะสูง-ต่ำ ไปในแนวทางเดียวกับอุณหภูมิของเครื่องยนต์หรืออุณหภูมิหม้อน้ำ ซึ่งถ้าความร้อนของน้ำขึ้น อุณหภูมิของน้ำมันเครื่องก็จะขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ในสภาพการใช้งานเครื่องยนต์ควรรักษาอุณหภูมิของน้ำมันเครื่องให้อยู่ ในช่วง 80-110 องศาเซลเซียส ถ้าหากอุณหภูมิสูงขึ้นไปเกิน 120 องศาเซลเซียส ควรทำให้เย็นลงก่อนจึงใช้งานเครื่องยนต์ต่อไป สำหรับทางออกในการช่วยรักษาอุณหภูมิของน้ำมันเครื่อง รถยนต์ที่ผ่านการโมดิฟายมักมีการใส่ OIL COOLER เข้าไปช่วยก็ทำให้อุณหภูมิน้ำมันเครื่องไม่สูงเกินไป

โวลต์ มิเตอร์ (VOLT METER)

เป็นตัวบอกค่าพิกัดแรงดันไฟฟ้าในรถยนต์ ทำให้เราสามารถรับรู้ได้เลยว่าแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ที่เราใช้งานอยู่ปัจจุบันว่าเสือมหรือยัง หรือแบ็ตจะหมดไหม ทำให้เรารู้ได้ล่วงหน้าว่าสมควรถึงเวลาเปลี่ยนแบ็ตแล้วหรือไม่ ประโยชน์ ที่ได้จากการติดโวลท์มิเตอร์ในรถ

วิเคราะห์ระบบไฟฟ้าในรถจากค่าที่อ่านได้จากโวลท์มิเตอร์

- ขณะดับเครื่องค่าควรอยู่ประมาณ 12-12.8 โวลท์ ถ้าต่ำกว่า12 ถือว่าผิดปกติอาจมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม(เก็บไฟไม่อยู่ )หรือไดชาร์จชาร์จไฟได้ไม่เต็มที่(ดูในหัวข้อตรวจสอบไดชาร์จ)

- วิธีตรวจสอบว่าแบตเสื่อมหรือไม่ทดสอบได้โดยหลังจากขับรถปกติมาจอดและดับ เครื่องประมาณ 1 นาทีค่าที่อ่านจากมิเตอร์ต้องมีค่าระหว่าง 12-12.8 โวลท์ หลังจอดไว้(4-6ชั่วโมง)หรือข้ามวันค่าที่อ่านได้ต้องประมาณ 12-12.8 โวลท์ เท่าเดิมถือว่าปกติ ถ้ามีค่าต่ำกว่านี้มากๆเช่น11.5-11.9 แบตเตรี่เริ่มเก็บไฟไม่อยู่แต่ยังพอไหว แต่ถ้าต่ำกว่า 11.5 โวลท์ลงไป ถือว่าอันตรายเพราะถ้าจอดทิ้งสัก 2 วันอาจสตาร์ทไม่ติด(ถ้าอายุแบตเตอรี่ยังใหม่ก็อาจจะเกิดจากมีกระแสไฟฟ้า รั่วลงกราวด์แนะนำเข้าร้านให้ช่างไฟฟ้ารถยนต์ตรวจสอบครับ) ***อายุแบตเตอรี่ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 18-24 เดือน แล้วแต่การดูแล*** ตรวจสอบไดชาร์จจากการอ่านค่าจากโวลท์มิเตอร์ ให้ทำการติดเครื่องยนต์แล้วอ่านค่าจากโวลท์มิเตอร์ค่าปกติจได้ดังนี้

1.ที่รอบเครื่องยนต์ 1000 รอบต่อนาที(รอบเดินเบา) จะต้องมีค่าประมาณ13.5-13.8 โวลท์ ถ้ามีค่าต่ำกว่านี้เช่น 12.8-13.4 โวลท์ไดชาร์จเริ่มมีปัญหาคือชาร์จไฟได้ไม่เต็มที่ ถ้าต่ำกว่า12.8 โวลท์แสดงว่าไดชาร์จไม่ชาร์จกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอริ่ และถ้าต่ำกว่า12 โวลท์ถือว่าขณะนั้นระบบไฟฟ้าในรถดึงกระแสไฟฟ้าแบตเตอรี่มาใช้งานเพียงอย่าง เดียวให้ทำการตรวจซ่อมไดชาร์จ

2.ที่รอบเครื่องยนต์ 2000-2500 รอบต่อนาที จะต้องมีค่าประมาณ13.8-14.7 โวลท์ อาจมากกว่านี้ได้เล็กน้อยแต่ต้องไม่เกิน 15 โวลท์ถ้ามากกว่า 15 โวลท์อาจมีสาเหตุมาจากเรกกูเตอร์(วงจรควบคุมแรงดันของไดชาร์จ)อาจมีปัญหา ผลเสียคือแบตเตอรี่อาจเสื่อมเร็วเพราะถูกชาร์จด้วยแรงดันที่สูงเกิน ทำให้เกิดความร้อนสูงในแบตฯถ้าร้อนมากๆจะทำให้น้ำกลั่นเดือดได้

A corrupted file? You would need to format your memory card and phone.

To format memory card: Menu>Apps>File Manager>Memory card>Options>Memory Card Options>Format - this will delete everything on your memory card.

A hard reset (x6, 5800 and 5230 only) is done by the following (warning, this deletes all data on your phone):

1.) Turn off the phone and remove battery for 5min

2.) Reinsert battery

3.) Press and hold the green, red and camera buttons. DO NOT LET GO.

4.) While holding the three buttons, press the power key to boot the phone up.

5.) Keep on pressing until you see the country selection screen.

A correctly done hard reset would show you that everything on the phone (contacts, messages, calendar entries, etc) would be deleted. So it is advisable to back them up. Upon restoration, do not restore settings or files if possible.

ค่าพวกนี้เอาไว้ตรวจสอบสัญญาณ ADSL

- Noise margin หรือค่าความเข้มของสัญญาณ จะต้องมีค่ามากกว่า 10 ทั้งupstream/Downstream
- Attenuation (dB) คือ ค่าสัญญาณรบกวนภายในสาย ไม่ควรจะเกิน 50dB ทั้ง local และ remote
- SNR Margin (dB) คือ ค่าความเข้มของสัญญาณ ไม่ควรจะต่ำกว่า 10dB ทั้ง local และ remote

ค่าเท่าไรถึงจะดี

ค่า Upload , Download หน่วยเป็น dB
SNR >= 10 (มากเท่าไหร่ยิ่งดี)
Line Atten =< 50 (ยิ่งน้อยยิ่งดี)
ปัจจัยอื่นๆ เช่น Error ในสาย , Noise , การเดินสาย เป็นต้น

SNR Margin
5db or below =bad, no sync/intermittent sync
8db-13db = average - and no sync issues
14db-22db = very good
23db-28db = excellent
29db-35db = rare, can throw a rock at co/remote

Line Attenuation
ต่ำกว่า 20 = rare, great copper lines, close to co/remote
20-30 = excellent
30-40 = very good
40-60 = average
60-65 = poor
65 and above will have issues


ในกรณีที่มีค่า SNR Margin ต่ำ หรือมี Line Attenuation สูง ให้พิจารณาเรื่องดังต่อไปนี้
1. เดินสายโทรศัพท์ตามทางสายไฟบ้านหรือไม่ สายไฟแรงสูงที่อยู่ใกล้ๆ จะส่งผลให้เกิดสัญญาณรบกวน ( Noise) มากขึ้น
2. สายโทรศัพท์มาตรฐานหรือไม่ สายโทรศัพท์ที่ไม่ได้มาตรฐาน (เส้นลวดอาจมีขนาดเล็ก) จะทำให้การค่าความต้านทานสูงขึ้นและ Line Attenuation จะมีมากขึ้น
3. อุปกรณ์ต่อพ่วงของโทรศัพท์ เช่น POTS Splitter Micro filter โทรศัพท์ต่อพ่วง มีผลกระทบต่อทั้ง 2 ปัจจัย ยิ่งมีอุปกรณ์ต่อพ่วงมาก ก็จะเกิดสัญญาณรบกวนและ Line Attenuation จะมีค่ามากขึ้น
4. เช็คจุดที่มีการเชื่อมต่อสายโทรศัพท์ ว่ามีการขันสายยึดแน่นเรียบร้อยหรือไม่

ค่าพวกนี้เอาไว้ตรวจสอบสัญญาณ ADSL

- Noise margin หรือค่าความเข้มของสัญญาณ จะต้องมีค่ามากกว่า 10 ทั้งupstream/Downstream
- Attenuation (dB) คือ ค่าสัญญาณรบกวนภายในสาย ไม่ควรจะเกิน 50dB ทั้ง local และ remote
- SNR Margin (dB) คือ ค่าความเข้มของสัญญาณ ไม่ควรจะต่ำกว่า 10dB ทั้ง local และ remote

จริงๆแล้วต้องยังงี้ครับ
- Noise Margin คือ ค่าของสัญญาณรบกวนจากภายนอกครับทำให้รูปคลื่นของสัญญาณเปลี่ยนไป
- Attenuation คือ ค่าของสัญญาณที่โดนลดทอนลง ซึ่งขึ้นอยู่กับ คุณภาพของสายสัญญาณ ความยาว
- SNR Margin คือค่า ของสัญญาณต่อค่าของสัญญาณรบกวน Signal to Noise Ratio

Error: 81000306

1. Make sure that you are connected to the Internet. Start Microsoft Internet Explorer, and then try to visit the following Web sites:

Messenger service status
Microsoft web site

If you cannot visit these sites, contact your Internet service provider (ISP) for information about how to set up your Internet connection so that you can visit both secure (https) and non-secure (http) sites.


2. If you are able to visit the Messenger service status page and notice that there is a service issue, please visit the site later to determine when the service is available so that you can sign into Messenger. If the site indicates that the all systems are stable and running, go to the next step.


3. Clear the proxy settings in Windows Live Messenger.

3.a. Start Windows Live Messenger.
3.b. On the Tools menu, click Options.
3.c. Click Connection in the left navigation pane.
3.d. Click Advanced Settings in the Connection Settings section.
3.e. Delete the content of the SOCKS field.
3.f. Click OK two times to save the settings.
3.g. After you clear the proxy settings, verify if you are able to sign into Messenger. If you are still not able to sign into Messenger then please go to the next step.

4. If you are using Windows Vista, disable the Auto Tuning Networking feature:

4.a. Click Start, click All Programs, click Accessories, and then right-click Command Prompt and choose Run as administrator.
4.b. Click Continue when Windows requests permission to continue.
4.c. At the command prompt, type the following command, and then press ENTER: netsh interface tcp set global autotuninglevel=disabled

Note: This command disables the Window Auto Tuning feature.

4.d. After you disable the Auto Tuning Networking feature, verify if you are able to sign into Messenger.

5. If you are still not able to sign into Windows Live Messenger then please re-enable this feature using the information below and then go to the next step.

Re-enable the Auto Tuning Networking feature by typing the following command at the command prompt, and then pressing ENTER:

netsh interface tcp set global autotuninglevel=normal

Note: This command enables Window Auto Tuning again so that you can take advantage of the network throughput performance increase it provides.



6. If you are using Windows Vista and you also use a router (eg. Linksys, D-Link, Netgear) on your home network to connect to the internet please visit the router manufacturer’s website to update to the latest firmware for that product.