ตอบข้อกฎหมาย พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541

สิทธิลาคลอดบุตร
1.1 ห้ามนายจ้าง เลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นหญิง เพราะเหตุมีครรภ์ (ม.43)
1.2 ถ้าเลิกจ้างเพราะเหตุมีครรภ์ นายจ้างต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 100,000.-บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ม.144 วรรคแรก)
1.3 ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ มีสิทธิลา “เพื่อคลอดบุตร” ไม่เกิน 90 วัน (นับรวมวันหยุดด้วย) (ม.40)
1.4 ถ้านายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตาม ข้อ1.3 ก็รับโทษเหมือนข้อ 1.2 (ม.144 วรรคแรก)
1.5 นายจ้าง ต้องจ่ายค่าจ้างให้ ลูกจ้างหญิง “ในวันลาเพื่อคลอดบุตร” เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน (ม.59)
1.6 ถ้าลาคลอดแล้วนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างตามข้อ 1.5 นายจ้าง ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 20,000.-บาท (ม.146)

ค่าชดเชย
2.1 “ค่าชดเชย” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง (ม.5)
เพราะฉะนั้น “ค่าชดเชย” ลูกจ้างจะได้ในกรณีที่ นายจ้าง “เลิกจ้าง” ลูกจ้าง
แต่ถ้า ลูกจ้างยินยอมสมัครใจลาออก ก็หมดสิทธิเรียกร้องค่าชดเชย ถ้ายินยอมลาออกแต่โดยดี....ก็คงจะหมดสิทธิได้รับค่าชดเชย
2.2 เรื่อง “ค่าชดเชย” ไม่ใช้กับกรณี การจ้างงานที่มีกำหนดระยะเวลาจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดนั้น (ม.118 วรรคสาม)
2.2 การจ่าย “ค่าชดเชย” ต้องขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ทำงานมา (ม.118)
2.4 มีข้อยกเว้นบางอย่างที่ นายจ้าง ไม่ต้องจ่าย “ค่าชดเชย” ให้แก่ลูกจ้าง (ม.119)

มาตรา ๑๑๘ ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้
(๑) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(๒) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(๓) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(๔) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(๕) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
การเลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น
การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้สำหรับการจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอนหรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุด หรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปีโดยนายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง

มาตรา ๑๑๙ นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้
(๑) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
(๒) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
(๓) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับวามเสียหายอย่างร้ายแรง
(๔) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง
นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด
(๕) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร
(๖) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ในกรณี (๖) ถ้าเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษต้องเป็นกรณีที่เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามวรรคหนึ่ง ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างหรือไม่ได้แจ้งเหตุที่เลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบในขณะที่เลิกจ้างนายจ้างจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้

Cute ASCII art  

เอก เลาหะวัฒนะ 0 ความคิดเห็น

Cute ascii art for you to use on your nickname, or create phrases with them... just be creative! Some are cute japanese emoticons as ascii. You can use them wherever you want ♥ So, go ahead and....

★ Copy and paste them!!



α в c ∂ ε ғ g н ι נ к ℓ м η σ ρ q я s т υ v ω x ү z

ά в ς đ έ ғ ģ ħ ί ј ķ Ļ м ή ό ρ q ŕ ş ţ ù ν ώ x ч ž

Α Β Γ Δ Ε Ζ Η Θ Ι Κ Λ Μ Ν Ξ Ο Π Ρ Σ Τ Υ Φ Χ Ψ Ω α β

γ δ ε ζ η θ ι κ λ μ ν ξ ο π ρ σ τ υ φ χ ψ ω




₁ ₂ ₃ ₄


Ⅰ Ⅱ Ⅲ Ⅳ Ⅴ Ⅵ ⅰ ⅱ ⅲ ⅳ ⅴ ⅵ ⅶ ⅷ ⅸ ⅹ ∝ ∞ ∟


① ② ③ ④ ⑤ ⑥ ⑦ ⑧ ⑨ ⑩ ⑪ ⑫ ⑬ ⑭ ⑮ ⑯ ⑰ ⑱ ⑲ ⑳


⑴ ⑵ ⑶ ⑷ ⑸ ⑹ ⑺ ⑻ ⑼ ⑽ ⑾ ⑿ ⒀ ⒁ ⒂ ⒃ ⒄ ⒅ ⒆ ⒇


⒈ ⒉ ⒊ ⒋ ⒌ ⒍ ⒎ ⒏ ⒐ ⒑ ⒒ ⒓ ⒔ ⒕ ⒖ ⒗ ⒘ ⒙⒚ ⒛


❶ฺ ❷ฺ ❸ฺ ❹ฺ ❺ฺ ❻ฺ ❼ฺ ❽ฺ ❾ฺ ❿ฺ


Ш ◊ ◦ ♠ ♣ ۞ ▪ ▫ □ ˇ и ۰•●۩ ஐღ ® © εïз •ิ « ₪ ☼ ◘ ╠ ═ ╝▫ ¶ † ±җ ۝ இ * × ○ ↔
┤ │ ∟ ¬ ┐ └ ┴ ┬ ─ ┼ ┘┌ ¦¯ ﺍ ¡ │ ﺍ ︴ ︱ ﹗ ︲ ㆔ ㆓ ㆒ ㆎ ‼ Ξ≈ ╪ ╫ 〣 〨 ︽︻ ︵ 『 ﹋ ﹌ ┈ ┉ 〰॰॰॰॰ 〷 〿 † Ⴕ × 〤 〓 〠 ಊ ๑ ฿ ︾ ︼ ︶ 』 ﹏ ┋ ┊ ∷ ∶∽
ღ ♂ ♀ ♥ ↔ ↕ ▪ ๑ ▄ █ ▌ ▒ ◊ ◦ ♠ ♣ ♪ のॐ « » æ þ Þ →°■♀ Ψ №← ∑ ξ ζ ω∏ √ ∩ ¤ ∞ ≡ ▄ ≠ ^_^ ─ = ≈≌ ﺴ ๑۩۞۩๑ ▓ ▲ γ ō ╦ ╩ ε ┘┌ ╬ ω § Θ I ™
ⓐ ⓑ ⓒ ⓓ ⓔ ⓕ ⓖ ⓗ ⓘ ⓙ ⓚ ⓛ ⓜ ⓝ ⓞ ⓟ ⓠ ⓡ ⓢ ⓣ ⓤ ⓥ ⓦ ⓧ ⓨ ⓩ ① ② ③ ④ ⑤ ⑥ ⑦ ⑧ ⑨ ⑩ ⑪ ⑫ ⑬ ⑭ ⑮ ⑯ ⑰ ⑱ ⑲ ⑳
❉ ★ ☆ ☎ ☏ ☜ ☞ 【】♠ ♤ ♥ ♡ ♣ ♧ ♀♂ ♨ ♪ ♬ ♪ ♩ ♭▤ ▣ ▦ ▧ ▨ ▩ 回 囗 田 ▒ ▓ █▄ ■ ◆ ◇◈ ◆ ◊◑ ◐ ● ◎ ○ ø Ø 〇 ㊀ ㊁ ㊂ ㊏▶ ▼ ▲ ▷ ▽ ◁╣ ║ ╠ ╬ ╗ ╝ ╚ ╩ ╦
✿ ₪ Ω ф юЮ ﻬ ௫ ж ஆ ண ௰ ஒ ± ∫ ▒ ↑↓▪ ▫ ○ ╚ Þ ■ ت ¶ ▓ ▒ εïз ≠ ₪ •
æ Æ Œ ® © ™ ¿ ? ½ ¼ ¾ ¨ ¯ · « » ¹ ² ³ ‡ † þ Þ ¤ § ± ÷¦ ✿⊹⊱ ⊰⊹✿〰❤ 〰◕‿-。 ⓛⓞⓥⓔ ╬ 『 』·۰㊀㊁㊂㊃㊄㊅♡。 ∴ 。◕‿◕。 ♫ ♬ ♩ ♭♪ ☆ ∷ ﹌ ★ ◎ ▶☺ ☻ ► ◄ ▧▨ ♨ ◐ ◑ ↔ ↕ ↘ ☼ ▀ ▄ █ ▌░ ▒ ▬ ♦ ◊ ◦ ♠ ♣ ▣ ▤ ▥ ▦ ▩ ◘ ◙ ◈
◙ ◈ ☆♂♀ ♥ ♡ ☜ ☞ ☎。◕‿◕。♥♡◑❤ ◕。◕☻☺❀ ❀ ☏℡ ✉ ✖ⓜⓘⓢⓢ◙☻☺♠ ¤ ∂Ω Š ∆ Š Õ╠ ╣Ő ő ∞ ≈© ‡ † Ž ஜ ஒ ண இஆ ௰ ௫& ₪ ▽▼►◄◀♧▷◈◎♩♫♭♪♯♬♮♫♯☁☀☃☂♣♥♪♫☼♀♂♦®ᅘ⌂⌒
✗✘✚✪✣✤✥✦✧✩✫。◕‿◕。♥♡◑❤ ◕。◕☻☺❀ ❀☏Õ╠ ╣Ő ő ∞ ≈ © ‡ † Ž ஜஒ ண இ ஆ ௰ ௫& ₪➸ ➹.:。*゚・.•°∴ .•ஐﻬﻬஐ๑۩۞۩๑ ๑۩۩۩۩๑ ๑۩۩๑۩๑ ✗
๏[-ิิ_•ิ]๏ (◡‿◡✿)  (◕〝◕) ◕‿◕ (˙×˙) (◕‿◕✿) 。◕‿◕。 ⊱✿◕‿◕✿⊰ ๑•ิ.•ั๑☀ ☂ ☁ ☆↔ ↕ ◊ ◦ ▪ ▫ ♦ ◘ ◙ ► ◄▀ ▄ █ ▌ ▐ ░ ▒▬▣ ▤ ▥▧ ▨ ▦ ▩ ۞◈ ◐◑ 【】┱


✽  ♨  ♠  ♤  ♣  ♧  ♥  ♡  ♦  ⌂  ◊  ☎  ☏  ☜ ☞  ♩  ♪  ♫  ☺  ☻  

☼  ж  □  ▣  ◈  ▤  ▥  ▦  ▧  ▨  ▩ ◘ ◙ ▁ ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ ▇ █ ▉ ▊ ▋ ▌ ▍ ▎ ▏ ▐

◐ ◑  ▲  ►  ▼  ◄  ■  ░  ▒  ▓  ®   ©   φ   ø  ¿  ¤  § •  〠 

〶  ♬  ╬  ↔  ↕  ↖  ↗  ↘  ↙  Ω ф  Ф   Θ   ☀ฺ  ☁ฺ   ☂ฺ   ☃ฺ  ☪ฺ  ✄ฺ ✁ฺ

✂ฺ ✎ฺ ☠ฺ ♭ ✤ฺ ✱ฺ  ✲ฺ  ✳ฺ  ✴ฺ  ✵ฺ  ✶ฺ  ✸ฺ  ✹ฺ  ✺ฺ  ✻ฺ  ✼ฺ  ✽ฺ  ✾ฺ  ✿ฺ  ❀ฺ

❂ฺ ❃ฺ  ❄ฺ  ❅ฺ  ❆ฺ  ❇ฺ  ❈ฺ  ❉ฺ  ❊ฺ  ❏ฺ  ❐ฺ  ❑ฺ  ➜ฺ  ➝ฺ  ➞ฺ  ➟ฺ  ➠ฺ  ➡ฺ  ➢ฺ  ➣ฺ  

➤ฺ  ➦ฺ  ➧ฺ  ➨ฺ  ➩ฺ  ➪ฺ  ➫ฺ  ➬ฺ  ➭ฺ  ➮ฺ  ➯ฺ ➱ฺ  ➲ฺ  ➳ฺ  ➴ฺ  ➵ฺ  ➶ฺ  ➷ฺ  ➸ฺ  ➹ฺ  

➻ฺ  ➼ฺ  ➽ฺ  ➾ฺ  ㉤ ㉧  



♠♡♣♤♥♦♧♨♩♪♫♬♯♩ 〠۞۝〶〒←↑→↓↔↕↖↗↘↙


☂ฺ ☀ฺ ✤ฺ ✱ฺ ✲ฺ ✳ฺ ✴ฺ ✵ฺ ✶ฺ

✸ฺ ✹ฺ ✺ฺ ✻ฺ ✼ฺ ✽ฺ ✾ฺ ✿ฺ ❀ฺ ❂ฺ ❃ฺ ❄ฺ ❅ฺ ❆ฺ ❇ฺ ❈ฺ ❉ฺ ❊ฺ ❏ฺ ❐ฺ ❑ฺ ❒ฺ

❡ฺ ❢ฺ ❣ฺ ❤ฺ ❥ฺ ❦ฺ ❧ฺ ❶ฺ ❷ฺ ❸ฺ ❹ฺ ❺ฺ ❻ฺ ❼ฺ ❽ฺ ❾ฺ ❿ฺ ➜ฺ ➝ฺ ➞ฺ ➟ฺ ➠ฺ ➡ฺ ➢ฺ ➣ฺ ➤ฺ

➦ฺ ➧ฺ ➨ฺ ➩ฺ ➪ฺ ➫ฺ ➬ฺ ➭ฺ ➮ฺ ➯ฺ➰ฺ ➱ฺ ➲ฺ ➳ฺ ➴ฺ ➵ฺ ➶ฺ ➷ฺ ➸ฺ ➹ฺ ➻ฺ ➼ฺ ➽ฺ ➾ฺ

(➛ฺ)(➜ฺ)(➝ฺ)(➞ฺ)(➟ฺ)
(➠ฺ)(➡ฺ)(➢ฺ)(➣ฺ)(➤ฺ)
(➥ฺ)(➦ฺ)(➧ฺ)(➨ฺ)(➩ฺ)
(➪ฺ)(➫ฺ)(➬ฺ)(➭ฺ)(➮ฺ)
(➯ฺ)(➱ฺ)(➲ฺ)(➳ฺ)(➴ฺ)
(➵ฺ)(➶ฺ)(➷ฺ)(➸ฺ)(➹ฺ)
(➺ฺ)(➻ฺ)(➼ฺ)(➽ฺ)(➾ฺ)


✐ฺ ✑ฺ ✒ฺ ✓ฺ ✔ฺ ✕ฺ ✖ฺ ✗ฺ ✘ฺ ✙ฺ
✚ ✛ ✜ ✝ ✞ ✟ ✠ ✡ ✢ ✣ ✚ฺ ✛ฺ ✜ฺ ✝ฺ ✞ฺ ✟ฺ ✠ฺ ✡ฺ ✢ฺ ✣ฺ
✤ ✥ ✦ ✧ ✨ ✩ ✪ ✫ ✬ ✭ ✤ฺ ✥ฺ ✦ฺ ✧ฺ ✨ฺ ✩ฺ ✪ฺ ✫ฺ ✬ฺ ✭ฺ
✮ ✯ ✰ ✱ ✲ ✳ ✴ ✵ ✶ ✷ ✮ฺ ✯ฺ ✰ฺ ✱ฺ ✲ฺ ✳ฺ ✴ฺ ✵ฺ ✶ฺ ✷ฺ
✸ ✹ ✺ ✻ ✼ ✽ ✾ ✿ ❀ ❁ ✸ฺ ✹ฺ ✺ฺ ✻ฺ ✼ฺ ✽ฺ ✾ฺ ✿ฺ ❀ฺ ❁ฺ
❂ ❃ ❄ ❅ ❆ ❇ ❈ ❉ ❊ ❋ ❂ฺ ❃ฺ ❄ฺ ❅ฺ ❆ฺ ❇ฺ ❈ฺ ❉ฺ ❊ฺ ❋ฺ
◄ ◅ ◆ ◇ ◈ ◉ ◊ ◌ ◍ ◐ ◑ ◒ ◓ ◔ ◕ ◖ ◗ ◘ ◙ ◚
◛ ◜ ◝ ◞ ◟ ◠ ◡ ◢ ◣ ◤ ◥ ◦ ◧ ◨ ◩ ◪ ◫
◬ ◭ ◮ ☠ ☃ ☣ ☤ ☥ ☦ ☨ ☧ ☩ ☪ ☫ ☬ ☭ ☮ ☯



─ ━ │ ┃ ┄ ┅ ┆ ┇ ┈ ┉ ┊ ┋ ┌ ┍ ┎ ┏ ┐ ┑ ┒ ┓


└ ┕ ┖ ┗ ┘ ┙ ┚ ┛ ├ ┝ ┞ ┟ ┠ ┡ ┢ ┣ ┤ ┥ ┦ ┧ ┨ ┩ ┪ ┫ ┬ ┭ ┮ ┯


┰ ┱ ┲ ┳ ┴ ┵ ┶ ┷ ┸ ┹ ┺ ┻ ┼ ┽ ┾ ┿ ╀ ╁ ╂ ╃ ╄ ╅ ╆ ╇ ╈ ╉


╊ ╋═ ║ ╒ ╓ ╔ ╕ ╖ ╗ ╘ ╙ ╚ ╛ ╜ ╝ ╞ ╟ ╠ ╡ ╢ ╣ ╤ ╥ ╦ ╧ ╨ ╩ ╪ ╫ ╬ ╭ ╮ ╯ ╰ ╱ ╲ ╳ ╴


▁ ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ ▇ █ ▉ ▊ ▋ ▌ ▍ ▎ ▏ ▐ ░ ▒ ▓ ▣ ▤ ▥ ▦ ▧ ▩ ◐ ◑ ◈ ◘ ◙


☰ ☱ ☲ ☳ ☴ ☵ ☶ ☷ ☸ ☹ ☺ ☻ ☼ ☽ ☾
(☿ฺ)(♀ฺ)(♁ฺ)(♂ฺ)(♃ฺ)
(☂ฺ)(☁ฺ)(☀ฺ)
(♄ฺ)(♅ฺ)(♆ฺ)(♇ฺ)(♈ฺ)
(☄ฺ)(★ฺ)(☆ฺ)(☇ฺ)(☈ฺ)
(☉ฺ)(☊ฺ)(☋ฺ)(☌ฺ)(☍ฺ)
(☎ฺ)(☏ฺ)(☐ฺ)(☑ฺ)(☒ฺ)
(☚ฺ)(☛ฺ)(☜ฺ)(☝ฺ)(☞ฺ)
(☟ฺ)(☡ฺ)(☢ฺ)(♉ฺ)(♊ฺ)
(♋ฺ)(♌ฺ)(♍ฺ)(♎ฺ)(♏ฺ)
(♐ฺ)(♑ฺ)(♒ฺ)(♓ฺ)

♔ฺ ♕ ♖ ♗ ♘ ♙ ♚ ♛ ♜ ♝ ♞ฺ

Lock มือถือ Nokia ผ่านทาง SMS กรณีเครื่องถูกขโมย

วิธีทำคือ
1.ไปที่ Setting
2.ไปที่ Phone
3.ไปที่ Phone mgmt. (Phone Management)
4.ไปที่ Security
5.ไปที่ Phone and SIM card
6.เลือก Remote phone locking > ปรับเป็น Enabled
7.จะขึ้น Remote locking message: ให้ใส่ข้อความที่จะทำให้เครื่องล๊อค และให้ยืนยันข้อความเดิม

แล้วเครื่องจะถามรหัสล็อคเครื่องให้ใส่12345ในกรณีที่ยังไม่ได้เปลี่ยนรหัสล็อคเครื่องส่วนใครเปลี่ยนรหัสล็อคแล้วก็ให้ใส่รหัสล็อค

วิธีทดสอบ
1.ใช้มือถืออีกเครื่องพิมพ์ข้อความที่เราใส่ไว้ล็อคเครื่อง
2.ส่งข้อความไปยังเครื่องที่เราตั้งรหัสไว้

มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ (WATER TEMP METER)

สำหรับมาตรวัดความร้อน ตามปกติในรถธรรมดาทั่วไป ก็จะมีติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ว่ารถยนต์ทั่วไปนั้นอาจไม่ได้อ่อนไหวในเรื่องของความร้อนมากนัก ค่าแสดงให้เห็นจึงไม่ละเอียดมากนัก ทั้งนี้เป็นเพราะทางโรงงานตั้งใจทำมาอย่างนั้น เพื่อคนขับจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก แต่ว่าเมื่อไหร่ที่เกจความร้อนขยับสูงขึ้น นั่นหมายความว่าความร้อนขึ้นค่อนข้างมาก ทว่าถ้าเป็นในรถธรรมดา อาจจะยังไม่ก่อปัญหามากนัก ขณะที่รถยนต์ซึ่งใช้เครื่องยนต์เทอร์โบและมีการโมดิฟาย หรือปรับบูสต์ เรื่องปัญหาความร้อนมีความสำคัญมาก เพราะอาจหมายถึงความเสียหายที่เกิดกับเครื่องยนต์ได้เลยทีเดียว โดยปกติ เซ็นเซอร์ ที่ใช้วัดความร้อนของเครื่องยนต์จะติดตั้งอยู่ตรงท่อน้ำที่ออกจากเครื่อง ซึ่งอุณหภูมิโดยปกติที่เครื่องยนต์ทำงานควรจะอยู่ที่ราว 90-100 องศาเซลเซียส และควรควบคุมไม่ให้สูงขึ้นเกินไปกว่า 120 องศาเซลเซียส หากว่าอุณหภูมิยังสูงขึ้นก็พอมีวิธีแก้ไขคือ เพิ่มขนาดของหม้อน้ำให้ใหญ่ขึ้น เปิดกันชนหน้าให้ลมผ่านเข้าหม้อน้ำได้ง่ายขึ้น หรือไม่ก็เจาะสคูปดักลมบนฝากระโปรงหน้า ให้ลมเข้ามาเป่าห้องเครื่อง วิธีการเหล่านี้พอจะสามารถทำให้เครื่องยนต์เย็นได้บ้างเหมือนกัน

มาตรวัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง (OIL TEMP METER)

อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง มีความสำคัญมากพอสมควร เพราะถือว่ามีผลกระทบกับเครื่องยนต์โดยตรง หากว่าอุณหภูมิของน้ำมันเครื่องสูงเกินไป เครื่องยนต์ก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้อุณหภูมิของน้ำมันเครื่องจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำมันเครื่องที่ใช้ ซึ่งในตลาดน้ำมันเครื่องแยกเป็นหลายประเภท มีทั้งแบบทนความร้อนสูงที่อุณหภูมิสูงถึง 120 องศาเซลเซียส ส่วนบางประเภทอุณหภูมิแค่ 110 องศาเซลเซียส ก็ทนไม่ไหวกลายสภาพเป็นน้ำก็มี โดยปกติของอุณหภูมิน้ำมันเครื่องจะสูง-ต่ำ ไปในแนวทางเดียวกับอุณหภูมิของเครื่องยนต์หรืออุณหภูมิหม้อน้ำ ซึ่งถ้าความร้อนของน้ำขึ้น อุณหภูมิของน้ำมันเครื่องก็จะขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ในสภาพการใช้งานเครื่องยนต์ควรรักษาอุณหภูมิของน้ำมันเครื่องให้อยู่ ในช่วง 80-110 องศาเซลเซียส ถ้าหากอุณหภูมิสูงขึ้นไปเกิน 120 องศาเซลเซียส ควรทำให้เย็นลงก่อนจึงใช้งานเครื่องยนต์ต่อไป สำหรับทางออกในการช่วยรักษาอุณหภูมิของน้ำมันเครื่อง รถยนต์ที่ผ่านการโมดิฟายมักมีการใส่ OIL COOLER เข้าไปช่วยก็ทำให้อุณหภูมิน้ำมันเครื่องไม่สูงเกินไป

โวลต์ มิเตอร์ (VOLT METER)

เป็นตัวบอกค่าพิกัดแรงดันไฟฟ้าในรถยนต์ ทำให้เราสามารถรับรู้ได้เลยว่าแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ที่เราใช้งานอยู่ปัจจุบันว่าเสือมหรือยัง หรือแบ็ตจะหมดไหม ทำให้เรารู้ได้ล่วงหน้าว่าสมควรถึงเวลาเปลี่ยนแบ็ตแล้วหรือไม่ ประโยชน์ ที่ได้จากการติดโวลท์มิเตอร์ในรถ

วิเคราะห์ระบบไฟฟ้าในรถจากค่าที่อ่านได้จากโวลท์มิเตอร์

- ขณะดับเครื่องค่าควรอยู่ประมาณ 12-12.8 โวลท์ ถ้าต่ำกว่า12 ถือว่าผิดปกติอาจมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม(เก็บไฟไม่อยู่ )หรือไดชาร์จชาร์จไฟได้ไม่เต็มที่(ดูในหัวข้อตรวจสอบไดชาร์จ)

- วิธีตรวจสอบว่าแบตเสื่อมหรือไม่ทดสอบได้โดยหลังจากขับรถปกติมาจอดและดับ เครื่องประมาณ 1 นาทีค่าที่อ่านจากมิเตอร์ต้องมีค่าระหว่าง 12-12.8 โวลท์ หลังจอดไว้(4-6ชั่วโมง)หรือข้ามวันค่าที่อ่านได้ต้องประมาณ 12-12.8 โวลท์ เท่าเดิมถือว่าปกติ ถ้ามีค่าต่ำกว่านี้มากๆเช่น11.5-11.9 แบตเตรี่เริ่มเก็บไฟไม่อยู่แต่ยังพอไหว แต่ถ้าต่ำกว่า 11.5 โวลท์ลงไป ถือว่าอันตรายเพราะถ้าจอดทิ้งสัก 2 วันอาจสตาร์ทไม่ติด(ถ้าอายุแบตเตอรี่ยังใหม่ก็อาจจะเกิดจากมีกระแสไฟฟ้า รั่วลงกราวด์แนะนำเข้าร้านให้ช่างไฟฟ้ารถยนต์ตรวจสอบครับ) ***อายุแบตเตอรี่ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 18-24 เดือน แล้วแต่การดูแล*** ตรวจสอบไดชาร์จจากการอ่านค่าจากโวลท์มิเตอร์ ให้ทำการติดเครื่องยนต์แล้วอ่านค่าจากโวลท์มิเตอร์ค่าปกติจได้ดังนี้

1.ที่รอบเครื่องยนต์ 1000 รอบต่อนาที(รอบเดินเบา) จะต้องมีค่าประมาณ13.5-13.8 โวลท์ ถ้ามีค่าต่ำกว่านี้เช่น 12.8-13.4 โวลท์ไดชาร์จเริ่มมีปัญหาคือชาร์จไฟได้ไม่เต็มที่ ถ้าต่ำกว่า12.8 โวลท์แสดงว่าไดชาร์จไม่ชาร์จกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอริ่ และถ้าต่ำกว่า12 โวลท์ถือว่าขณะนั้นระบบไฟฟ้าในรถดึงกระแสไฟฟ้าแบตเตอรี่มาใช้งานเพียงอย่าง เดียวให้ทำการตรวจซ่อมไดชาร์จ

2.ที่รอบเครื่องยนต์ 2000-2500 รอบต่อนาที จะต้องมีค่าประมาณ13.8-14.7 โวลท์ อาจมากกว่านี้ได้เล็กน้อยแต่ต้องไม่เกิน 15 โวลท์ถ้ามากกว่า 15 โวลท์อาจมีสาเหตุมาจากเรกกูเตอร์(วงจรควบคุมแรงดันของไดชาร์จ)อาจมีปัญหา ผลเสียคือแบตเตอรี่อาจเสื่อมเร็วเพราะถูกชาร์จด้วยแรงดันที่สูงเกิน ทำให้เกิดความร้อนสูงในแบตฯถ้าร้อนมากๆจะทำให้น้ำกลั่นเดือดได้